เที่ยวตุรกี 19 วัน งบ ฿70,000
เส้นทางวนรอบสองทวีป: เมืองเก่าอิสตันบูล บอลลูนยามเช้าที่คัปปาโดเกีย ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่อันตัลยา ลานหินปูนสีขาวที่ปามุคคาเล แล้วกลับผ่านอิซมีร์และบูร์ซา
งบประมาณ
฿70,000 ใช้ไปกับอะไรบ้าง
- ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ–อิสตันบูล฿22,00031%
- รถบัสระหว่างเมืองและรถรับส่งสนามบิน฿6,0759%
- ที่พัก (16 คืน)฿16,00023%
- อาหารและเครื่องดื่ม฿10,00014%
- กิจกรรมและค่าเข้าชม฿12,00017%
- เดินทางในเมือง ซิม และอื่น ๆ฿3,9256%
ตัวอย่างยอดรวมเป็นตัวเลขจริง ส่วนการแบ่งตามหมวดและตามเมืองเป็นตัวเลขประมาณการ รอแทนที่ด้วยใบเสร็จจริง
เส้นทาง
แปดจุดแวะ หนึ่งวงรอบ
การเดินทาง
กรุงเทพฯ ไปอิสตันบูล ต่อเครื่องที่มุมไบ
- สายการบิน
- IndiGo
- BKK → BOM
- ≈ 3 ชม.
- ต่อเครื่อง
- 15 ชม.
- BOM → IST
- 6–7 ชม.
- วีซ่า
- ไม่ต้อง 30 วัน
- 1กรุงเทพฯ · สุวรรณภูมิ
เช็กอินและแสดงเอกสาร
ผมเช็กอินออนไลน์ แล้วไปรับบอร์ดดิ้งพาสที่เคาน์เตอร์ เจ้าหน้าที่ขอดูพาสปอร์ต แผนการเดินทาง และการจองโรงแรม ถามคำถามสั้น ๆ และถามว่าพกเงินสดมาเท่าไร
พกเงินสดผมถูกขอให้แสดงเงิน 20,000 ลีราตุรกี ประมาณ 14,000 บาท ควรแลกลีราไว้บ้างก่อนออกเดินทาง
- 2มุมไบ · ต่อเครื่อง 15 ชั่วโมง
รอต่อเครื่องในเขตผู้โดยสารขาออก
บิน 3 ชั่วโมงถึงมุมไบ ถ้าไม่มีวีซ่าอินเดีย ห้ามผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองอินเดียเด็ดขาด ให้เดินตามป้าย "Connecting Flights / Transfer" ผ่านจุดตรวจความปลอดภัย แล้วหาที่นั่งหรือนอนพัก
ไวไฟฟรีสแกนพาสปอร์ตที่ตู้ไวไฟ รอนานหน่อย แต่ประหยัดค่าตั๋วได้มาก เหลือเงินไว้เที่ยวตุรกีมากขึ้น
- 3มุมไบ → อิสตันบูล · 6–7 ชม.
บินต่อไปอิสตันบูล
เที่ยวบินที่สองเป็นสายการบินเดิม ใช้เวลาประมาณ 6–7 ชั่วโมง เก็บพาสปอร์ตไว้กับตัวตลอดเวลา อาหารบนเครื่องอร่อยมาก
- 4สนามบินอิสตันบูล
ผ่าน ตม. และต่อเน็ตทันที
ผ่าน ตม. ได้อย่างราบรื่น และได้ตราประทับแรกในพาสปอร์ต ผู้ถือพาสปอร์ตไทยอยู่ได้ 30 วันโดยไม่ต้องขอวีซ่า ไม่ต้องกังวลถ้าเดินทางอย่างถูกต้อง
eSIMตั้งค่าไว้ก่อนออกจากบ้าน ผมใช้แอป GoMoWorld ลงเครื่องปุ๊บใช้เน็ตได้ทันที
- ↩
ขากลับ: เส้นทางเดิม บินกับ IndiGo อีกครั้ง
ลงเครื่องปุ๊บ ใช้เน็ตได้เลย
ซื้อ eSIM ผ่านลิงก์นี้ รับส่วนลด 10% แนะนำแพ็กเกจ 25 GB
รายวัน
เส้นทางทีละจุด
อิสตันบูล
การเดินทางมา บิน IndiGo จากกรุงเทพฯ ต่อเครื่องที่มุมไบ (ดูการเดินทางด้านบน) แล้วนั่งรถบัสสนามบินเข้าเมืองเก่า
สามคืนในย่านเมืองเก่า มัสยิดโบราณ บ้านหินเก่าแก่ และตรอกปูหินที่ทุกก้าวเหมือนเดินอยู่ในประวัติศาสตร์
ในที่สุดก็มาถึงอิสตันบูลแล้ว!! ไม่รู้จะเริ่มเล่าจากตรงไหนดี เพราะทุกอย่างที่นี่แตกต่างจากเมืองไทยไปหมด 😉 ขอเริ่มที่มัสยิดก่อนเลย ทั้งใหญ่โตและงดงามมาก ยืนอยู่ตรงหน้าแล้วรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในนิยาย ที่นี่ยังมองจากทวีปหนึ่งไปอีกทวีปหนึ่งได้ด้วย จากฝั่งยุโรปจะเห็นฝั่งเอเชียอยู่ไม่ไกล โดยมีช่องแคบบอสฟอรัสแบ่งเมืองออกเป็นสองฝั่ง นั่งเรือข้ามฟากได้ เท่ากับเที่ยวสองทวีปในครั้งเดียวด้วยเงินไม่ถึง 1.50 ดอลลาร์ ส่วนอาคารบ้านเรือนก็เป็นสไตล์เมืองเก่า ฉันเป็นคนชอบอะไรคลาสสิกอยู่แล้ว เลยประทับใจมาก ๆ
การเดินทางไปแต่ละย่านก็ง่ายและสะดวก มีทั้งรถไฟใต้ดิน รถบัส เรือ และแท็กซี่ อาหารส่วนใหญ่เน้นชีส ขนมปัง เนื้อวัว และไก่ และทุกโต๊ะต้องมีชาตุรกีแก้วเล็ก ๆ ที่คนที่นี่ชอบดื่มกันมาก ส่วนของหวานไม่ต้องห่วง มีให้เลือกเพียบ!! บางเมนูฉันชอบมาก บางเมนูก็หนักไปหน่อยสำหรับฉัน แต่โดยรวมแล้วอิ่มท้องทุกมื้อ อิสตันบูลเป็นเมืองที่คึกคัก แต่ยังคงกลิ่นอายของเมืองเก่าไว้
ชีวิตนี้ต้องมาอิสตันบูลให้ได้สักครั้ง
— Draft

เที่ยวและทำ
- มัสยิดสีน้ำเงินและฮาเกียโซเฟีย ไปช่วงเช้าตรู่
- เดินเล่นช้า ๆ รอบย่านสุลต่านอาห์เมต
- นั่งเรือเฟอร์รี่ข้ามจากยุโรปไปเอเชีย ไม่ถึง 1.50 ดอลลาร์
กิน
- ขนมปังซิมิตงาสำหรับมื้อเช้า
- ชาตุรกี ดื่มได้ทุกที่ทั้งวัน
ผู้คนและวัฒนธรรม
- มารยาทในมัสยิด: ปิดไหล่และเข่า ผู้หญิงคลุมผม
- นั่งจิบชาคุยกับพ่อค้าในตลาด
- เดินทางสะดวก มีรถไฟใต้ดิน รถบัส เรือ และแท็กซี่
เกาะบูยูคาดา
การเดินทางมา นั่งเรือจากท่าเรือคาบาทัช (Kabataş) ในอิสตันบูล ประมาณ 160 ลีราตุรกีต่อคน มีเรือตลอดทั้งวัน
เกาะที่ใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะเจ้าชาย (Princes' Islands) นั่งเรือจากอิสตันบูลไม่ไกล ไม่มีรถยนต์ มีแต่จักรยาน คนเดิน และวิวทะเล
ปั่นจักรยานชิล ๆ รับลมบนภูเขา ต้องมาที่นี่เลย "เกาะบูยูคาดา" เกาะเล็ก ๆ ที่มีหมู่บ้านของคนท้องถิ่นหลากหลายสไตล์ ระหว่างปั่นจักรยานจะเห็นพุ่มดอกไม้ตามบ้านสองข้างทาง บอกเลยว่าฟินสุด ๆ เส้นทางบนเกาะเป็นวงรอบ จะปั่นจักรยาน นั่งรถไฟฟ้า หรือเดินเท้าขึ้นไปชมวิวทะเลบนยอดเขาก็ได้ ใครที่ไม่ค่อยออกกำลังกายอาจจะเหนื่อยหน่อยนะ 😉
มาเกาะบูยูคาดาได้ง่าย ๆ ด้วยเรือจากท่าเรือคาบาทัชในอิสตันบูล ใครที่ไม่ได้วางแผนค้างคืน ก็แวะมาเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับได้ เพราะมีเรือตลอดทั้งวัน ตกเย็นนั่งรับลมทะเล มองวิวเมืองฝั่งตรงข้าม บอกเลยว่าดีสุด ๆ
ถ้าตามหาเกาะเล็ก ๆ สไตล์น่ารัก อย่าลืมนึกถึงบูยูคาดานะ
— Draft

เที่ยวและทำ
- ปั่นจักรยานรอบเกาะ
- ชมวิวทะเลบนยอดเขา
- บ้านเรือนที่มีพุ่มดอกไม้สองข้างทาง
กิน
- จิบชาริมท่าเรือยามเย็น
ผู้คนและวัฒนธรรม
- หมู่บ้านท้องถิ่นหลากหลายสไตล์
- ไม่ค้างคืนก็มาเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับได้
เกอเรเม คัปปาโดเกีย
การเดินทางมา นั่งเรือกลับอิสตันบูล แล้วต่อรถบัสข้ามคืน ประหยัดค่าที่พักไปหนึ่งคืน
ภูมิประเทศที่เกิดจากภูเขาไฟโบราณ และถูกลมฝนกัดเซาะมาหลายล้านปี ตอนรุ่งสางบอลลูนหลายร้อยลูกลอยขึ้นเหนือหุบเขา ทุกคนควรได้เห็นสักครั้งในชีวิต
โกเรเม แคปปาโดเกีย คือเมืองที่ฉันหลงรักที่สุดในทริปนี้ บรรยากาศเหมือนหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่โอบล้อมด้วยภูเขาหินทราย และมีบอลลูนลมร้อนที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกตั้งใจมาเก็บภาพ ภาพบอลลูนลอยเต็มท้องฟ้ายังติดตาฉันจนถึงวันนี้ สวยจนพูดไม่ออกเลย
นอกจากบอลลูนแล้ว ที่นี่ยังมีกิจกรรมให้ทำอีกเพียบ ทั้งขับ ATV ขี่ม้าชมวิวรอบหุบเขา เข้าชมพิพิธภัณฑ์ หรือแม้แต่ชมแฟชั่นโชว์ เมืองเล็ก ๆ แห่งนี้มีที่พักและร้านอาหารให้เลือกมากมาย ไม่ต้องกังวลเรื่องที่นอนหรืออาหารการกินเลย และผู้คนที่นี่ก็ยิ้มแย้ม เป็นกันเองมาก ๆ
ตื่นเช้าสักครั้งเพื่อดูบอลลูนลอยเต็มฟ้า คุ้มค่าทุกนาทีจริง ๆ
— Draft

เที่ยวและทำ
- บอลลูนตอนพระอาทิตย์ขึ้น
- หินรูปปล่องไฟนางฟ้า (Fairy Chimneys)
- ขี่ม้าผ่านหุบเขา
- ขับ ATV ตะลุยเส้นทางฝุ่น
กิน
- เทสตีเคบับ อบในหม้อดินเผา
- แป้งย่างเกิซเลเมจากร้านชาวบ้าน
ผู้คนและวัฒนธรรม
- นอนในห้องถ้ำที่เจาะเข้าไปในหิน
- ดูทีมบอลลูนเตรียมตัวก่อนฟ้าสาง
อันตัลยา
การเดินทางมา รถบัสข้ามคืนจากเกอเรเมสู่ชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียน
ภูเขาสูงตระหง่านติดทะเลสีเทอร์ควอยซ์ กลางวันลงทะเล แวะจิบกาแฟในคาเฟ่เล็ก ๆ และเดินเล่นยามค่ำใต้แสงไฟระยิบระยับ
และแล้วก็มาถึงอันตัลยา ผมนั่งรถบัสจากโกเรเม แคปปาโดเกีย มุ่งตรงสู่เมืองริมทะเลแห่งนี้ ที่นี่เป็นเมืองที่คึกคักมาก โดยเฉพาะตอนกลางคืน คืนแรกผมเดินเล่นรอบเมือง หาร้านนั่งชิลและพักผ่อน เช้าวันรุ่งขึ้นก็ได้ออกไปท่องโลกใต้ทะเลด้วยการดำน้ำ บอกเลยว่าโลกใต้ทะเลที่นี่มหัศจรรย์มาก
อันตัลยาเป็นอีกหนึ่งเมืองที่ผมประทับใจมาก ๆ โดยเฉพาะวิวยามพระอาทิตย์ตก ทั้งเรือที่แล่นผ่าน ดวงอาทิตย์ที่กำลังลับขอบฟ้า และคลื่นที่ซัดเข้าฝั่ง เป็นช่วงเวลาที่ดีมาก ๆ เลยล่ะ
ใครกำลังวางแผนมาเที่ยวตุรกี อย่าลืมใส่อันตัลยาไว้ในเช็กลิสต์ด้วยนะครับ
— Draft

เที่ยวและทำ
- ล่องเรือแวะว่ายน้ำและดำน้ำตื้น
- ดำน้ำท่องโลกใต้ทะเล
- ชมพระอาทิตย์ตกริมอ่าว มีเรือแล่นผ่าน
- เมืองเก่าคาเลอิชีตอนกลางคืน
กิน
- บาลึกเอคเมค: ขนมปังอุ่น ๆ ไส้ปลาย่าง
- กาแฟในคาเฟ่เล็ก ๆ กลางเมืองเก่า
ผู้คนและวัฒนธรรม
- เดินเล่นยามเย็นกับครอบครัวชาวท้องถิ่น
ปามุคคาเล
การเดินทางมา รถบัสกลางวันจากอันตัลยา ผ่านเดนิซลี
"ปราสาทปุยฝ้าย" ภูเขาสีขาวเป็นขั้นบันไดที่เกิดจากน้ำพุร้อนแร่ ติดกันคือโรงละครโบราณเฮียราโปลิสที่เคยจุคนได้หลายพันคน
ปามุคคาเล เมืองที่ควรมาพักผ่อนมากกว่า 1 วัน ไฮไลต์ของที่นี่คือภูเขาหินสีขาวที่เกิดจากแร่ธาตุตามธรรมชาติ และยังมีโรงละครโรมันโบราณขนาดใหญ่ให้เข้าชมอีกด้วย บอกเลยว่าสายถ่ายรูปอัปสตอรี่ห้ามพลาด ส่วนใครที่เป็นสายประวัติศาสตร์ ที่นี่ยังมีพิพิธภัณฑ์ที่ช่วยให้เข้าใจประวัติของเมืองน้ำแร่ยุคกรีก-โรมันอีกด้วย
ช่วงพระอาทิตย์ใกล้ตก เมื่อได้ขึ้นไปยืนอยู่บนยอดเขาหินสีขาว บอกเลยว่าคุณจะประทับใจที่นี่สุด ๆ ส่วนตอนเช้าที่สดใส ได้นั่งจิบกาแฟมองวิวภูเขาสีขาวโพลน ฟังเสียงนกนานาชนิด ชิลสุด ๆ
มาตุรกีทั้งที ต้องมาให้ถึงปามุคคาเลด้วยนะครับ
— Draft

เที่ยวและทำ
- ลานหินปูนสีขาวยามพระอาทิตย์ตก
- โรงละครโบราณเฮียราโปลิส
- พิพิธภัณฑ์โบราณคดี
- จิบกาแฟยามเช้า มองวิวภูเขาสีขาว
กิน
- ร้านอาหารชาวบ้านใต้ลานหินปูน
ผู้คนและวัฒนธรรม
- ต้องถอดรองเท้าเดินบนลานหินปูน เป็นกฎของที่นี่
อิซมีร์
การเดินทางมา นั่งรถไฟจากเดนิซลี เมืองที่อยู่ติดกับปามุคคาเล
จุดเริ่มต้นของเส้นทางขากลับ เมืองริมทะเลที่สงบและสบาย ๆ
หลังจากดื่มด่ำกับธรรมชาติมามากแล้ว ก็อดไม่ได้ที่จะพูดถึงอิซมีร์ ผมนั่งรถไฟมาที่นี่ การเดินทางด้วยรถไฟยังคงเป็นอะไรที่คลาสสิกเสมอ พอถึงจุดหมาย ผมก็เริ่มเดินชมหอนาฬิกา เดินเล่นในตลาด และดื่มด่ำกับกาแฟตุรกีแบบดั้งเดิม (Turkish coffee)
ย่านเมืองเก่าที่นี่เล็ก ๆ เดินเที่ยวสบาย และมีซากเมืองโบราณสเมียร์นาตั้งอยู่ใจกลางเมือง ใครที่สนใจประวัติศาสตร์และไม่ชอบที่ที่ผู้คนแออัด อิซมีร์ก็เป็นอีกหนึ่งจุดเช็กอินที่น่าสนใจไม่แพ้ที่อื่น
วันสบาย ๆ ในเมืองเล็ก ๆ ที่เหมาะกับการพักผ่อนหย่อนใจ
— Draft

เที่ยวและทำ
- หอนาฬิกาโคนัค
- ซากเมืองโบราณสเมียร์นากลางเมือง
- ตลาดเคเมรัลตึ
- เดินเล่นริมทะเลย่านคอร์ดอน
กิน
- กาแฟตุรกีแบบดั้งเดิม
- ขนมโบยอซกับไข่ต้มเป็นมื้อเช้า
ผู้คนและวัฒนธรรม
- ชมพระอาทิตย์ตกริมทะเลกับคนท้องถิ่น
ค่าใช้จ่าย
| ที่พัก | ฿1,800 |
| ค่าเดินทางมา | ฿500 |
| อาหาร | ฿1,000 |
| กิจกรรม | ฿300 |
| เดินทางในเมืองและอื่น ๆ | ฿300 |
| รวมจุดนี้ | ฿3,900 |
≈ ฿1,950 ต่อวัน
บูร์ซา
การเดินทางมา รถบัสจากอิซมีร์
เมืองสีเขียวที่เงียบสงบเชิงเขา มีเสน่ห์ในแบบของตัวเอง
ในที่สุดก็ผจญภัยมาถึงบูร์ซา เดินเล่นบนถนนคนเดินที่มีรางรถราง (Tram) พาดผ่านกลางถนน บรรยากาศช่วงเย็นดีมาก ๆ เป็นอีกเมืองที่มีความน่ารักในแบบของตัวเอง ไหน ๆ ก็ใกล้จะกลับเมืองไทยแล้ว เลยไม่พลาดหาร้านอาหารดี ๆ สักร้าน นั่งดื่มด่ำกับบรรยากาศ กินไอติม แล้วเดินเล่นริมรางรถรางแบบชิล ๆ
ตกเย็นก็ไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะ ที่คนท้องถิ่นมารวมตัวกันทำกิจกรรมต่าง ๆ มีดนตรีเปิดหมวกให้ฟังสบาย ๆ เดินรับลมยามพระอาทิตย์ตก ที่นี่ยังมีมัสยิดให้เข้าชม ช่วยให้เราเข้าใจศาสนาและอารยธรรมของชาวตุรกีมากขึ้นอีกด้วย บอกเลยว่าเป็นวันพักผ่อนที่ดีมากเลยทีเดียว
ถ้าคิดถึงเมืองน่ารัก ๆ อย่าลืมคิดถึงบูร์ซานะ
— Draft

เที่ยวและทำ
- ถนนคนเดินที่มีรถรางวิ่งผ่านกลางถนน
- ชมพระอาทิตย์ตกในสวนสาธารณะ ฟังดนตรีเปิดหมวก
- เข้าชมมัสยิด เรียนรู้ศาสนาและวัฒนธรรมตุรกี
- หอนาฬิกาเก่าบนเนินเขา
- ตลาดเก่าในอาคารโบราณ
กิน
- อิสเกนเดอร์เคบับ ต้นตำรับจากบูร์ซา
- เกาลัดเชื่อม
- กินไอติมเดินเล่นริมรางรถราง
ผู้คนและวัฒนธรรม
- จิบชายามเย็นกับคนในละแวก
กลับอิสตันบูล
การเดินทางมา รถบัสเช้าจากบูร์ซา แล้วบิน IndiGo กลับกรุงเทพฯ ในวันที่ 19
วนกลับมาจุดเริ่มต้น เดินเล่นช้า ๆ ในเมืองเก่าอีกครั้งก่อนบินกลับบ้าน
กลับสู่จุดเริ่มต้นที่อิสตันบูล ใกล้จะได้เวลากลับบ้านแล้ว ขอเที่ยวให้เต็มที่อีกสักวัน วันนี้ผมขอพาไปกินอาหารบนเรือ ล่องไปตามช่องแคบบอสฟอรัส บรรยากาศดีมาก ๆ ฝูงนกบินตามเรือลำใหญ่ ฟินสุด ๆ สองข้างทางเป็นวิวเมืองทั้งฝั่งเอเชียและฝั่งยุโรป พอพระอาทิตย์ตก แสงไฟจากมัสยิดและอาคารต่าง ๆ ก็สวยจนน่าหลงใหล
หลังลงจากเรือ ก็ต้องเก็บเกี่ยวบรรยากาศให้ได้มากที่สุด ด้วยการเดินเล่นชมย่านเมืองเก่า (Old Town) เช้าวันรุ่งขึ้นผมบินไปต่อเครื่องที่อินเดีย แล้วกลับถึงเมืองไทยอย่างปลอดภัยกับสายการบิน IndiGo เป็นอันปิดทริปตุรกี ขอบคุณที่ติดตามกันมาครับ
นี่คงเป็นค่ำคืนสุดท้ายกับประเทศแห่งนี้แล้วสินะ
— Draft

เที่ยวและทำ
- ล่องเรือทานอาหารเย็นในช่องแคบบอสฟอรัสยามพระอาทิตย์ตก
- เดินเล่นเมืองเก่าเป็นคืนสุดท้าย
- พระอาทิตย์ตกครั้งสุดท้ายที่โกลเดนฮอร์น
- ซื้อของฝากที่ตลาดเครื่องเทศ
กิน
- ขนมเตอร์กิชดีไลท์เป็นของฝาก
ผู้คนและวัฒนธรรม
- นั่งสวนชาดูชีวิตประจำวันของผู้คน
ค่าใช้จ่าย
| ที่พัก | ฿2,200 |
| ค่าเดินทางมา | ฿1,200 |
| อาหาร | ฿1,650 |
| กิจกรรม | ฿400 |
| เดินทางในเมืองและอื่น ๆ | ฿600 |
| รวมจุดนี้ | ฿6,050 |
≈ ฿2,017 ต่อวัน
ความประทับใจ
สิ่งที่ตุรกีมอบให้ผม
เป็นทริปที่ผมหลงรักมาก ๆ สำหรับ 19 วันในประเทศตุรกี ผมได้เปลี่ยนจากความกลัวเป็นความกล้าที่จะเดินทางในครั้งนี้ นี่เป็นการเดินทางครั้งแรกที่ประทับใจมาก ๆ ทั้งสถานที่ต่าง ๆ สิ่งก่อสร้างที่แปลกตาไปจากประเทศไทย การขนส่งที่สะดวก ผู้คนที่ยิ้มแย้มและเป็นมิตรกับชาวต่างชาติอย่างเรา ๆ ตุรกีเป็นประเทศที่ค่อนข้างอบอุ่นเลยทีเดียว
การได้มาที่นี่ได้เปิดโลกหลาย ๆ อย่าง ทั้งได้เรียนรู้วัฒนธรรมของคนที่นี่ ได้เห็นสถานที่ท่องเที่ยวสวย ๆ และบางสถานที่ถึงกับเป็นมรดกโลกเลยทีเดียว สุดท้ายแล้ว การแบ่งปันประสบการณ์และบอกเล่าเรื่องราวจากผม ก็ไม่อาจเทียบได้กับการที่ทุกคนได้พบเห็นด้วยสายตาของตัวเอง
ถ้ามีแพลนจะไปเที่ยวสักประเทศ อย่าลืมนึกถึงประเทศตุรกีนะครับ
— Draft
ก่อนออกเดินทาง
เช็กลิสต์
ลิงก์บางส่วนในเว็บไซต์นี้เป็นลิงก์แอฟฟิลิเอต หากคุณจองผ่านลิงก์ เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันเล็กน้อย โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ราคาเป็นเงินบาท ยอดเงินยูโรและดอลลาร์คำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยนโดยประมาณ


